New HUBLOT Boutique at GAYSORN AMARIN
HUBLOT แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ภูมิใจในการเปิดบูติคแห่งใหม่ ณ เกษร อัมรินทร์ หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านลักชัวรี่รีเทล ระดับแนวหน้าของกรุงเทพและประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ โดยบูติคแห่งนี้ช่วยตอกย้ำการเติบโตของแบรนด์นาฬิกา HUBTLOT ในประเทศไทย พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแล และขยายคอมมูนิตี้ของนักสะสม รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาในภูมิภาคนี้ โดยยังคงสะท้อนปรัชญา “Art of Fusion” หรือศิลปะแห่งการผสมผสาน

อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT ไว้ได้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์แบบ โดยผสานความคลาสสิคให้เข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบภายในที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและเข้าถึงง่าย จากการใช้วัสดุไม้จับคู่กับพื้นผิวสีดำ และวัสดุสตีลขัดเงาเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อช่วยสร้างมิติของพื้นผิวและเงาสะท้อนที่ดูเรียบหรู พร้อมกับจุดเด่นนั่นก็คือ Immersive Table ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้มาเยือน ได้สัมผัสกับความเชี่ยวชาญทางด้านวัสดุศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT

โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่เชิงประสบการณ์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สำรวจ ถึงวัสดุล้ำสมัยที่สะท้อนถึงแนวทางการสร้างสรรค์นาฬิกาของแบรนด์ ตั้งแต่ทองคำที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งเซรามิคสีสันสดใสมากมาย ไปจนถึงแซฟไฟร์ที่เปล่งประกายแวววาว นอกจากนี้บูติคแห่งนี้ยังมีการนำเสนอ นาฬิกาในคอลเลคชั่นเด่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งรุ่นไอคอนิคอย่าง Big Bang และคอลเลกชั่น Classic Fusion ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา

รวมไปถึงนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ ที่แต่ละเรือนจะสะท้อนแนวทางการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงของ HUBLOT ที่ผสานวัสดุล้ำสมัยให้เข้ากับดีไซน์อันโดดเด่น เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับการผลิตนาฬิกาแบบร่วมสมัย พร้อมเชิญชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงโลกของ HUBLOT ในพื้นที่ที่รวบรวมไว้ทั้งนวัตกรรม ความสง่างาม และการบริการในแบบเฉพาะบุคคล โดยในโอกาสการเปิดบูติคแห่งใหม่ครั้งนี้ ทาง HUBLOTได้ร่วมมือเป็นพิเศษกับ THE HOUR GLASS

ในการเปิดตัวนาฬิการุ่น Classic Fusion Titanium Retroverse ที่นำเสนอใน 3 โทนสีด้วยกันทั้ง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีเทา พร้อมการผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียงสีละ 30 เรือน โดยผลงานรุ่นพิเศษนี้จะสะท้อน ถึงมุมมองใหม่ในการผลิตนาฬิกา ที่เชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริงจะไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบที่ตายตัว หากแต่อยู่ในกระบวนการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้น และเป็นตัวแทนของเรื่องราวที่จะค่อยๆ ถูกถ่ายทอดต่อๆ ไปผ่านกาลเวลา ภายใต้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT

ในตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร และขอบตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม และผ่านเทคนิคการรมดำเพื่อให้พื้นผิวแบบขัดด้าน พร้อมความตั้งใจที่ให้แต่ละเรือนมีกลิ่นอาย ของกาลเวลาตั้งแต่วินาทีแรกที่สวมใส่ อันสะท้อนถึงความทนทาน ความเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์ส่วนบุคคล จากตัวเรือนที่มีความหนา 10.4 มิลลิเมตร ผนวกด้วยสกรูว์ไทเทเนียมขัดเงาทรงตัว H อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT จำนวน 6 ชุด กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่เคลือบสารกันแสงสะท้อน เพื่อความชัดเจนในการอ่านค่าเวลา

ขณะเดียวกันที่นาฬิการุ่น Classic Fusion Titanium Retroverse นี้ยังคงสะท้อนปรัชญา “Art of Fusion” ของ HUBLOT ที่นำเสนอความแตกต่างทางเทคนิคของชุดกลไกที่น่าสนใจ จากการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ HUB1105 ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถทำงาน ได้ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ที่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการแสดงค่าเวลา จากกลไกที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน 63 ชิ้น และทำงานด้วยความถี่ 4 เฮริท์ซ หรือ 28,800 รอบต่อชั่วโมง เพื่อให้พลังสำรองลานนานประมาณ 48 ชั่วโมง

กับอัตลักษณ์ของนาฬิกาแต่ละแบบ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์พื้นหน้าปัดไล่เฉดสี ในแบบผิวเกรนโทนสีน้ำเงิน สีเขียว หรือสีเทา จับคู่กับเข็มนาฬิกาที่ขัดเงาและเคลือบโรเดียม ที่ทำให้ภาพรวมดูเรียบหรูและกลมกลืน โดยแต่ละเรือนจะมาพร้อมสายหนังลูกวัวเป็นสายหลัก และมีสายหนังจระเข้เพิ่มอีกหนึ่งเส้น โดยทั้งสองสายจะมาในโทนสีที่เข้ากับหน้าปัดอย่างลงตัวผนวกด้วยชุดล็อคสายแบบบานพับที่ปรับได้ ผลิตจากสตีลขัดด้านเคลือบสีดำเพื่อเสริมลุควินเทจ ในจำนวนการผลิตแบบจำกัดเพียงสีละ 30 เรือน

ซึ่งนาฬิกา HUBLOT รุ่น Classic Fusion Titanium Retroverse สำหรับ THE HOUR GLASS นี้จะมีราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 406,000 บาท และจะมีจำหน่ายในแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่บูติคนาฬิกา HUBLOT รวมทั้งที่บูติคนาฬิกา PMT The Hour Glass ในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงในบูติคนาฬิกาของ THE HOUR GLASS ในประเทศสิงคโปร์ประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม


