Legacy Machine 101 EVO, Part II
เพื่อการฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของ MB&F ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ MB&F ได้มีการเปิดตัวนาฬิการุ่น LM101 EVO ใน 2 เวอร์ชั่น ที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม และมาพร้อมหน้าปัดให้เลือกสองโทนสีทั้ง สีแซลมอน และสีเขียวพีค็อก โดยสีของแผ่นหน้าปัดได้เกิดขึ้นจากกระบวนการซีวีดี (CVD) ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีข้อดีในหลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อแผ่นหน้าปัดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกลไกหลัก อย่างเช่นแบบหน้าปัดสีเขียวพีค็อก ที่จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ จากเฉดสีที่จะเปลี่ยนไปตามมุมมอง และทำให้แสงสะท้อนเฉด

จากพื้นหน้าปัดสีเขียว กลายเป็นสีน้ำเงิน และสีม่วงได้อย่างมีมิติ ส่วนแบบหน้าปัดสีแซลมอนก็ไม่แพ้กัน ในแง่ของสไตล์ความคลาสสิค เพราะเป็นหนึ่งในสีที่พบได้ค่อนข้างน้อยในนาฬิกาของ MB&F และถ้าหากลองสังเกตให้ดีจะเห็นรายละเอียดใหม่ๆ ในรุ่น EVO โดยหน้าปัดย่อยสีดำทั้งสองส่วน ที่ลอยอยู่เหนือแผ่นหน้าปัด จะได้รับการตกแต่งขอบเป็นวงกลมอย่างบรรจง และที่มุมบนขวาหน้าปัดแสดงชั่วโมง และนาทีซึ่งสามารถอ่านง่ายและชัดเจน พร้อมการแสดงผลด้วยเข็มไวท์โกลด์ดีไซน์ใหม่ ส่วนมาตรวัดพลังสำรองลาน

ที่อยู่ในหน้าปัดย่อยด้านล่าง จะแสดงถึงการพัฒนาการครั้งสำคัญ เพราะระยะเวลาของพลังสำรองลาน ของชุดกลไกในนาฬิการุ่น LM101 EVO ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 45 ชั่วโมงเป็นถึง 60 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดความเป็นนาฬิกาสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมความโดดเด่นที่สุดกับชุดซุ้มคู่โค้ง ที่รองรับชุดบาลานซ์วีลแบบลอยตัว ที่ยังคงเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดทุกสายตา โดยโครงสร้างทั้งชิ้นสร้างขึ้นจากโลหะชิ้นเดียว และต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการขัดแต่งด้วยมือ เพื่อให้ได้ความเงางามโดยส่วนฐาน ของซุ้มโค้งจะถูกออกแบบใหม่

ให้ดูไหลลื่นและประณีตยิ่งขึ้น และยังทำให้ดูแตกต่างจากนาฬิการุ่น LM101 ดั้งเดิมอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันที่เอสเคปเมนท์วีล ก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ด้วย โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายแบทเทิ่ล-แอ็กซ์ (Battle-Axe) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบได้หลายครั้งในผลงานจาก MB&F พร้อมกันกับสเตราแมนน์ ดับเบิ้ลแฮร์สปริง (Straumann® Double Hairspring) และ กระปุกลานแบบสลิปปิ้งเมนสปริง (Slipping Mainspring) ที่มีความเสถียรในระดับสูง อันเป็นสององค์ประกอบสำคัญของชุดกลไกไขลานมือ

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างเฟล็กซ์ริง (FlexRing) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเฉพาะของ MB&F ที่นำเสนอในผลงานนาฬิกาซีรี่ส์ EVO โดยด้านหลังตัวเรือนจะประกบกับกระจกแซฟไฟร์ เพื่อเผยให้เห็นถึงความงดงาม ของชุดกลไกที่ผ่านการขัดแต่งด้วยมือทั้งหมดโดยรายละเอียดภายในจะประกอบด้วย ลวดลายเจนีวาสไตรป์อันพลิ้วไหว ขอบมุมที่ขัดเงาด้วยมือ แกนชุดเฟืองฝังชาตองทอง สกรูว์รมควันสีน้ำเงิน และแผ่นฐานกับบริจด์ที่มีเส้นสายโค้งมนสวยงาม ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนสะท้อนสไตล์ของนาฬิกาพก

ในยุคโบราณและยังเป็นการแสดงออก ถึงความเคารพต่อรากฐาน ในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกา และเพื่อเสริมลุคให้เกิดความสมบูรณ์แบบ โดยผู้สวมใส่สามารถเลือกสายแบบยางได้ ระหว่างแบบสีขาวหรือแบบสีเทา และแม้ว่านาฬิกาในรุ่นนี้จะไม่ได้จัดเป็นนาฬิกาที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านกำลังการผลิต นาฬิกาในรุ่นนี้จึงสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่สิบเรือนต่อปีเท่านั้น โดยสามารถสอบถามถึงรายละเอียดอื่นๆ ของนาฬิการุ่นพิเศษนี้ได้ที่บูติคนาฬิกา L’ATELIER ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน



