The UR-100V LS Ceramic by URWERK
นาฬิกาบางเรือนทำหน้าที่เพียงบอกเวลา แต่ยังมีนาฬิกาอีกประเภทที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อท้าทายกรอบความคิด ตั้งคำถามต่อการรับรู้ และเปิดมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากภาพจำที่คุ้นเคย UR-100V ‘LightSpeed’ Ceramic คือหนึ่งในผลงานพิเศษที่ถ่ายทอดแนวคิดนี้ โดยสะท้อนแนวคิดของ URWERK ในการนำเสนอการบอกเวลาที่ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ โดยกลไกของนาฬิกาไม่ได้มีหน้าที่ เพียงแค่การบอกเวลาเป็นนาทีอีกต่อไป หากแต่ถูกออกแบบให้สื่อ ถึงปรากฏการณ์พื้นฐานของจักรวาล นั่นคือการเคลื่อนที่ของแสงผ่านห้วงอวกาศของเรา

UR-100V LS Ceramic ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวอย่างแม่นยำ ผ่านการแสดงผลที่เชื่อมโยงกับระยะทางที่สามารถวัดได้ และการเคลื่อนไหวทั้งหมดอ้างอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทำให้นาฬิกาเรือนนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยง มิติของมนุษย์เข้ากับจักรวาล ผ่านกลไกเชิงดาราศาสตร์ที่สามารถอ่านค่าได้บนข้อมือ ซึ่งในบริบทนี้ แสงจะไม่ได้เป็นเพียงภาพการเปรียบเทียบ หากแต่เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถวัดได้จริง จากโฟตอนซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่มีมวล ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 299,792 กิโลเมตรต่อวินาที

โดยโฟตอนถือกำเนิดขึ้นจากแกนกลางของดวงอาทิตย์ และต้องใช้เวลานานนับพันปี กว่าจะเดินทางออกจากความหนาแน่นภายใน ก่อนจะเคลื่อนผ่านสูญญากาศของอวกาศอย่างไร้สิ่งกีดขวาง และมาถึงโลกภายในเวลาเพียง 8.3 นาที ซึ่งสิ่งที่เรารับรู้ว่าเกิดขึ้นในทันทีนั้นแท้จริงแล้วคือข้อมูลที่ต้องใช้เวลาเดินทาง และด้วยเหตุนี้ แสงทุกลำแสงจึงเปรียบเสมือนความทรงจำ ซึ่งความจริงทางวิทยาศาสตร์นี้เอง ที่เป็นหัวใจของ UR-100V LS Ceramic นอกเหนือจากการแสดงค่าเวลาชั่วโมงแบบแซทเทิลไลท์ พร้อมความพิเศษที่สุด

ของการแสดงผลดาวเคราะห์ในรูปแบบสามมิติ ซึ่งแทนดาวเคราะห์ทั้งแปดในระบบสุริยะ โดยตำแหน่งของดาวแต่ละดวง จะสอดคล้องกับระยะเวลาที่แสงอาทิตย์ ใช้ในการเดินทางจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวเคราะห์นั้นๆ และเมื่อแซทเทิลไลท์ของชั่วโมงเคลื่อนออกจากรางนาที บทบาทของหน้าที่ก็เปลี่ยนไป จากกลไกบอกเวลาในความหมายแบบเดิม สู่การเป็นมาตรชี้วัดที่เคลื่อนไหว และถ่ายทอดเส้นทางการเดินทางของโฟตอนผ่านห้วงจักรวาล โดยในเชิงสุนทรียะแล้ว การเลือกใช้สีขาวถือเป็นความตั้งใจตั้งแต่จุดเริ่มต้นทั้งหมด

เรซินสีขาวที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ สร้างความตัดกันอย่างลงตัวกับโทนสีเงินของชั้นใยแก้วโดยเมื่อผ่านกระบวนการขึ้นรูป โครงสร้างแบบซ้อนชั้นจะเผยให้เห็นมิติที่ละเอียดอ่อน และทำให้สีสันตัวเรือนเปลี่ยนไปตามมุมมองและแสงที่กระทบ ตั้งแต่ผิวด้านลึกไปจนถึงความสว่างนุ่มนวล ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากการตกแต่งเพิ่มเติม หากแต่เป็นการแสดงออกตามธรรมชาติของวัสดุเอง ซึ่งสามารถควบคุมได้ แต่ไม่อาจคาดเดาได้ทั้งหมด โดยโครงสร้างของนาฬิกาถูกเติมเต็ม ด้วยตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร ยาว 51.73 มิลลิเมตร

พร้อมความหนา 14.55 มิลลิเมตร และมีฝาหลังที่ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ผ่านการเคลือบดีแอลซี และพ่นผิวแบบไมโครบลาสท์ และเปิดมุมมองให้เห็นโรเตอร์ได้อย่างเต็มที่ จากการออกแบบในเชิงนามธรรม เพื่อสื่อให้เห็นถึงดวงอาทิตย์ และทำหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกภายใน ซึ่งก็คือกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ UR 12.02 ที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบวินแฟงเกอร์ (Windfänger) ที่ใช้กังหันต้านแรงเฉื่อยในการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการขึ้นลาน และป้องกันการส่งพลังงานเข้าสู่ชุดกลไกมากเกินไป ในการทำงานที่ความถี่

ระดับ 28,800 รอบต่อชั่วโมง พร้อมให้พลังสำรองลานได้นาน 48 ชั่วโมงจากชุดบาร์เรลคู่ ผสานความซับซ้อนเข้ากับการควบคุมอย่างสมดุล โดยโครงสร้างจลนศาสตร์ได้รับการรองรับด้วยทับทิม 40 เม็ด และกระจายตัวอยู่บนแผ่นเพลทโลหะผสมอาร์แคป (ARCAP) 3 แผ่น ซึ่งเลือกใช้เพื่อความเสถียรในระดับสูง พร้อมระบบชั่วโมงแบบแซทเทิลไลท์ที่ผลิตจากอะลูมิเนียม ติดตั้งบนกากบาทมอลทีสที่ผลิตจากบรองซ์เบริลเลียม เสริมด้วยคารูเซลอะลูมิเนียม และโรเตอร์อะลูมิเนียมพีวีดีสีดำ ที่ประกอบกันเป็นโครงสร้างกลไก

กับแนวคิดในการตกแต่งที่ให้ความสำคัญ ไปกับการใช้งานเป็นหลักมากกว่าความสวยงามทำให้พื้นผิวที่มองเห็นผ่านทั้งหมด จะมีการตกแต่งด้วยเทคนิคการขัดลายวงกลม การพ่นทราย การพ่นเม็ดโลหะ และการขัดลายซาตินแบบวงกลม เพื่อสร้างรายละเอียดที่เป็นระเบียบ โดยหัวสกรูว์ที่ลบมุมยังคงไว้ เพื่อสะท้อนการแนวทางการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม ในขณะเดียวกันการเคลือบสารเรืองแสงซุปเปอร์-ลูมิโนว่า บนตำแหน่งบอกเวลาชั่วโมงและตำแหน่งบอกเวลานาที ยังช่วยให้สามารถอ่านค่าเวลาทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

และไม่รบกวนโครงสร้างในรูปแบบเรขาคณิต ที่ปรากฏอยู่บนพื้นหน้าปัดด้านบน ที่ UR-100V LS Ceramic ไม่ได้พยายามอธิบาย ถึงเรื่องราวอันกว้างใหญ่ของจักรวาลโดยตรง หากแต่เลือกถ่ายทอดแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ท้าทายยิ่งกว่า ด้วยการแปลงความจริงทางวิทยาศาสตร์ ให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงกลไก ที่สามารถสวมใส่ได้บนข้อมือ และอยู่ในระดับที่มนุษย์สามารถรับรู้พร้อมทำความเข้าใจได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงเชื่อมโยงกับความกว้างใหญ่และไร้ขอบเขตของจักรวาล ในราคาจำหน่ายที่ประเทศไทย 2,954,000 บาท


