LOUIS ERARD x ASTRO BOY, Part II

และยังเป็นรากฐานใหม่สำหรับการสร้างสรรค์อย่างอิสระของแบรนด์ โดยไม่มีตัวเลขหรือมาร์กเกอร์ ที่ทำให้ดูไม่รกสายตา และมีเพียงเรื่องราวของ ASTRO BOY เท่านั้นเช่นเดียวกับจอภาพยนตร์ที่ตัว ASTRO BOY กำลังโบยบินอยู่ ซึ่งจากตำแหน่ง 6 ถึง 12 นาฬิกาจะมีภาพฉากหลังของเมโทรซิตี้ พร้อมการขัดแบบซาตินแนวตั้ง พร้อมการออกแบบที่สร้างมิติผ่านเลเยอร์หลายชั้นผนวกกับตัว ASTRO BOY ที่มาในสีสันที่เต็มเปี่ยม และพุ่งออกมาจากหน้าปัดพร้อมร่องควัน และก้อนเมฆด้านหลังในขณะที่ตัวร้ายสีดำ

มีความเงียบสงบและแอบปรากฏกายอยู่เบื้องหลัง โดยมีเส้นวงแหวนกลมที่ยกตัวโอบล้อมฉากทั้งหมด พร้อมพิมพ์สเกลนาทีสีขาวเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า SLN-C1 โทนสีน้ำเงิน โดยการสร้างเลเยอร์ของหน้าปัดจะประกอบไปด้วยสามชิ้นงาน ทั้งตัว ASTRO BOY, ตัวร้าย และขอบวงในของหน้าปัด รวมถึงหน้าปัดหลักที่สลักลึกในสองระดับ เพื่อเพิ่มมิติและและความแตกต่างของผิวสัมผัส เพื่อให้ทุกคนได้สวมใส่ฮีโร่ในวัยเด็กบนข้อมือ และรักษาความยุติธรรมไว้ให้ได้ในมือของทุกคน

LOUIS ERARD x ASTRO BOY ใน Ref. 35123TA23.BMT12 จะมีราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 189,000 บาท พร้อมการทำงานแสดงค่าเวลาด้วยกลไกอัตโนมัติ SELLITA คาลิเบอร์ SW300-1 ที่แสดงเวลาแบบ 3 เข็มและทำงานดด้วยความถี่ระดับ 28,800 รอบต่อชั่วโมงหรือ 4 เฮริท์ซ จากโรเตอร์แบบโอเพ่นเวิร์คพิเศษที่ ประดับสัญลักษณ์ของ LOUIS ERARD ในโทนสีดำที่เคลือบด้วยแลคเกอร์ และสามารถให้พลังสำรองลานได้นานประมาณ 56 ชั่วโมง ภายใต้การใช้งานในแบบทั่วไป เพื่อแสดงฟังก์ชั่นชั่วโมง นาที และวินาที

ในตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียมขัดลายซาตินและสตีลขัดเงาขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 8.95มิลลิเมตร โดยตัวเรือนจะประกอบได้ด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้น และกรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่ผ่านการเคลือบสาร ในการกันแสงสะท้อนได้ทั้งสองด้าน พร้อมฝาหลังแบบปิดทึบที่สลักลาย ASTRO BOY ให้ความสามารถในการกันน้ำได้ที่ความดันสูงสุด 5 บาร์หรือ 50 เมตรหรือ165 ฟุต และแสดงค่าเวลาด้วยเข็มที่เคลือบด้วยโรเดียม พร้อมพื้นผิวด้านแบบซาติน โดยมีขอบตัดแบบไดมอนด์คัต และเคลือบสารเรืองแสง SLN-C1 โทนสีฟ้า

นอกจากนี้ยังมีชุดสายที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม ขัดลายซาตินผนวกกับวัสดุสตีลแบบขัดเงา และมาพร้อมชุดล็อคแบบบานพับ ประกอบด้วยกลไกสปริงเบลด และชุดยึดสายแบบสกรูว์แบบทอร์ค (Torx) ในขนาดของสายที่มีความกว้าง 28/20 มิลลิเมตร และความยาว 220 มิลลิเมตร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันระหว่าง LOUIS ERARD และ TEZUKA PRODUCTION โดยมีการผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 178 เรือนทั่วโลก พร้อมราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 189,000 บาท


