WATCHES & WONDERS 2026 Novelties

VACHERON CONSTANTIN เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ในงาน WATCHES & WONDERSGeneva ประจำปี 2026 ตั้งแต่ Overseas Self-Winding Ultra-Thin นาฬิกาที่นำเสนอในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน 255 เรือน พร้อมกลไกอันล้ำสมัยที่ผสานไมโครโรเตอร์ บาร์เรลคู่แบบแขวน และชุดเฟืองระดับเดียวขนาดกะทัดรัดไว้อย่างลงตัว ในชุดกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติที่บางเป็นพิเศษ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากกลไกคาลิเบอร์ 1120 อันเป็นตำนาน เพื่อให้พลังสำรองลานที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ภายใต้ความบางเพียง 2.4 มิลลิเมตร

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.18.48

 

โดยมีตัวเรือน สาย และชุดล็อคผลิตจากแพลทตินัม เป็นครั้งแรกในคอลเลคชั่นนี้ เพื่อมอบทั้งความทนทาน และความหรูหราเหนือระดับ ผนวกความโดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอล เสริมด้วยหน้าปัดเคลือบแลคเกอร์ สีแซลมอนผิวซาตินซันเบิร์สต์ พร้อมรางนาทีผิวกำมะหยี่โดยรอบ โดยการจับคู่ระหว่างแพลทินัมและหน้าปัดสีแซลมอน สะท้อนรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1940 พร้อมความโดดเด่นของคอลเลคชั่น Overseas กับระบบสายนาฬิกา 3 แบบที่สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.10.11

 

ต่อมาคือ Égérie Moon Phase Spring Blossom นาฬิกาคอลเลคชั่นสำหรับสุภาพสตรี ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดประดับมุกสีชมพู และกลมกลืนกับสายหนังลูกวัววาดด้วยมือ ผสานเทคนิคจิตรกรรมขนาดเล็ก ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดย VACHERON CONSTANTINพร้อมจำนวนการผลิตเพียง 100 เรือนทั่วโลก มาพร้อมกระเป๋าเพ้าช์สำหรับใส่นาฬิกา และกล่องสำหรับจัดเก็บสายโดยเฉพาะ เสริมด้วยสายชุดสำรองแบบถอดเปลี่ยนได้อีกสองสไตล์ทั้ง สายหนังจระเข้ผิวเงาและสายผ้ากรอสเกรน

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.10.27

 

และ Historique American 1921 นาฬิกาใหม่ 2 แบบที่ได้รับแรงบันดาลใจของดีไซน์ยุค 20sในตัวเรือนทรงคุชชั่น กับหน้าปัดเอียงทำมุม 45 องศา และเม็ดมะยมอันเป็นเอกลักษณ์ ในแบบไอคอนิคร่วมสมัยโทนสีเงินผิวเกรน ตัดกับตัวเลขอารบิคและเข็มทองคำบลูด์อย่างสง่างาม เสริมมิติด้วยพื้นผิวหลากหลาย ทั้งลายซาตินแบบวงกลม และลายสเนลลิ่งบนหน้าปัดย่อย จับคู่กับสายหนังลูกวัวสีน้ำเงินเข้ม แบบพาทินาพร้อมเอฟเฟ็คท์ไล่เฉดสีอย่างมีระดับ ในตัวเรือนพิ๊งค์โกลด์ขนาด 36.5 หรือ 40 มิลลิเมตร

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.10.44

 

และกรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ ทั้งด้านหน้าและบนฝาหลังที่เผยให้เห็น กลไกไขลานอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ 4400AS ที่บางเพียง 2.8 มิลลิเมตร และให้พลังสำรองลานนาน 65 ชั่วโมง พร้อมการตกแต่งด้วยลวดลายโค้ทส์เดอเจอเนฟ เช่นเดียวกันกับ Overseas Dual Time Cardinal Points ใหม่ 4 แบบพร้อมหน้าปัด 4 เฉดสีที่ตีความทิศหลักบนเข็มทิศ และภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ได้แก่ สีขาวแทนทิศเหนือ สีน้ำตาลสื่อถึงผืนแผ่นดินทางทิศใต้ สีเขียวแทนผืนป่าทางทิศตะวันตก และสีน้ำเงินสะท้อนขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.10.54

 

ทำงานด้วยกลไกอินเฮ้าสด์คาลิเบอร์ 5110 DT/3 พร้อมการแสดงเวลาสองไทม์โซน แสดงเวลากลางวัน/กลางคืน และวันที่ พร้อมการประทับตราเจนีวาฮอลล์มาร์ก (Geneva Hallmark) อันเป็นเครื่องหมายแห่งมาตรฐานการผลิตระดับสูง ในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด41 มิลลิเมตร พร้อมสายแบบอินทิเกรด และชุดล็อคแบบพับที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง เสริมด้วยการตกแต่งโทนสีเทาแอนทราไซท์แบบด้าน บนขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และปุ่มกด เพื่อสร้างมิติอันละเอียดอ่อนให้กับเรือนเวลานี้

 

Screenshot 2569 05 20 at 02.20.58

 

และสุดท้ายกับ Les Cabinotiers Minute Repeater Tourbillon Skeleton ที่ถ่ายทอดความงดงามของกลไกคาลิเบอร์ 2755 TMR SQ อันเป็นเอกลักษณ์ของ VACHERON CONSTANTIN ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสานการทำงานของชุดตูร์บิยอง เข้ากับกลไกบอกเวลาแบบมินิทรีพีทเตอร์ ภายใต้รูปแบบฟูลสเกเลตัน ในตัวเรือนทองคำขนาด 45 มิลลิเมตร และหนา 12 มิลลิเมตร พร้อมทั้งมาร์กเกอร์ทองคำ ที่จัดวางไว้อย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความสมดุลและเติมเต็มองค์ประกอบโดยรวม ของหน้าปัดได้อย่างสมบูรณ์แบบ