Slim d’HERMÈS Pocket Roaaaaar!

นาฬิกา Slim d’HERMÈS นับเป็นตัวแทนของความเรียบง่าย ซึ่งเป็นหัวใจที่หยั่งรากไว้ด้วยความแม่นยำ ออกแบบโดย Philippe Delhotal ในปี 2015 กับเอกลักษณ์ของตัวเรือนทรงกลม ที่เน้นย้ำความโดดเด่นด้วยหูตัวเรือนเชิงมุม และมอบเป็นเสมือนฉากหลังอันสมบูรณ์แบบ ถึงการแสดงออกเชิงทักษะอันแสนพิเศษ ด้วยความโค้งอันประณีตที่มอบเป็นดั่งเวที ให้กับลวดลายอันกล้าหาญและแปลกใหม่ในจินตนาการ ซึ่งถ่ายทอดไว้ด้วยภาพของเหล่าสัตว์ป่าอย่างในผลงานสร้างสรรค์เรือนนี้
 
Screenshot 2569 06 05 at 21.23.51
 

ที่มาพร้อมด้วยภาพของราชาแห่งผืนป่า พร้อมกับแผงคออันน่าเกรงขาม ซึ่งปรากฏอยู่บนฝาเปิดแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์ค เพื่อเผยให้เห็นเบื้องหลังของหน้าปัดอีนาเมลแบบกรองด์เฟอ (Grand Feu) เฉดสีเขียวแวร์ซีเปร (Vert Cyprès) หรือสีน้ำเงินเบลอแซฟไฟร์ (Bleu Saphir) อันวิจิตรงดงาม จากการสร้างสรรค์ลวดลายขึ้น สำหรับผืนผ้าพันคอไหมโดยศิลปินชาวอังกฤษ Alice Shirley ที่งานออกแบบ Roaaaaar! ได้ถ่ายทอดภาพของสิงโตคำรามกับปากอ้ากว้าง ขณะที่โครงร่างอันสง่างามนี้

 

Screenshot 2569 06 05 at 21.23.57
 

ยังผ่านการตีความขึ้นใหม่ โดยการใช้เทคนิคงานต่อลายไม้ ที่ช่างฝีมือต้องเริ่มต้นการทำงานโดยการถอดแบบภาพย่อส่วน จากงานออกแบบต้นฉบับมาสู่ฝาเปิดของนาฬิกา แล้วจึงเป็นขั้นตอนการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จากไม้นานาชนิดตามโทนสีธรรมชาติตามแบบสิงโต ทั้งไม้อะมารันธ์ (Amaranth), เบิร์ล (Burl), บูบิงก้า (Bubinga), ทิวลิป (Tulipwood) และเมเปิล (Maple) โดยทั้งหมดรวมแล้วมีไม้ล้ำค่าถึงสิบสายพันธุ์ ที่ถูกเลือกสรรสำหรับรังสรรค์เฉดสีต่างๆ ที่อุทิศให้กับงานออกแบบดั้งเดิม

 

Screenshot 2569 06 05 at 21.24.03
 
รวมทั้งสร้างรูปเป็นแผงคอและขนอันนุ่มนวลละเอียดอ่อนผ่านกระบวนการตัดสู่ชิ้นและเศษไม้เล็กๆ ในหลากหลายขนาดเพื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกันคล้ายกับการต่อปริศนาจิ๊กซอว์ หลังจากนั้นจึงขัดด้วยกระดาษทรายเนื้อละเอียดและเคลือบเงา เพื่อเผยความมีชีวิตชีวาของราชาแห่งผืนป่าด้วยมิติอันลุ่มลึกน่าทึ่ง ส่วนฝาเปิดแบบเปลือยโปร่ได้เผยให้เห็นภาพของหน้าปัดอีนาเมลที่ถ่ายทอดด้วยลวดลายก้างปลาซึ่งสะท้อนเล่นกับแสงทั่วหน้าปัดได้จากหลากหลายมุม โดยเทคนิคนี้ยังเชื่อมโยงกับขั้นตอน
 
Screenshot 2569 06 05 at 21.23.43
 

ของการผสมผงแก้วสีเข้ากับน้ำมัน ก่อนที่จะนำมาวาดและระบายตกแต่งอย่างสม่ำเสมอไว้บนฐานไวท์โกลด์​ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแกะสลักด้วยลวดลายไว้แล้ว จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการเผาไฟ ที่หน้าปัดนาฬิกาจะถูกเผาด้วยความร้อนกว่า 800 องศาเซลเซียส เพื่อเผยความเข้มข้นของสีสันต่างๆ และเป็นการหลอมผสานอย่างถาวรให้กับชั้นต่างๆ ของงานอีนาเมลสู่โลหะด้านใต้ เพื่อมอบความโดดเด่นจากความประณีต และความสง่างามคลาสสิคของตัวเรือนไวท์โกลด์​ขนาด 45 มิลลิเมตร

 

Screenshot 2569 06 05 at 21.24.40
 

ซึ่งห้อมล้อมการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงเวลาของเข็มชั่วโมงและนาที ที่ขับเคลื่อนโดยการทำงานของกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติแบบบางพิเศษคาลิเบอร์ H1950 ที่มาพร้อมด้วยงานฝีมืออันเชี่ยวชาญด้านเครื่องหนังของแบรนด์ กับสายหนังคล้องและกระเป๋าหนังใส่นาฬิกาพก ซึ่งผลิตขึ้นจากหนังจระเข้สีเขียวแวร์เซเปร และสีน้ำเงินเบลอแซฟไฟร์แบบด้าน เพื่อสะท้อนถึงความโดดเด่นของสองเฉดสี ในผลงานที่ผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียงสีละสามเรือน พร้อมการจัดจำหน่ายที่บูติค HERMÈS เฉพาะบางแห่งเท่านั้น