HUBLOT Summer: The Art of Pastel Ceramic
นับตั้งแต่ปี 2017 HUBLOT ได้ทำให้ซัมเมอร์ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์และการฉลอง โดยเปลี่ยนการเปิดตัวนาฬิกาให้เป็นประสบการณ์ ที่เต็มไปด้วยสีสันและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ จน HUBLOT Summer กลายเป็นมากกว่างานเปิดตัวผลงานรุ่นใหม่ แต่เป็นธรรมเนียมประจำฤดูกาล ที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ โดยสำหรับปี 2026 นี้ HUBLOT ขอนำเสนอไฮไลท์เซรามิคสีพาสเทล ในโทนเฉดสีที่นุ่มนวล สดใส และให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ราวกับแสงแดดในวันพักผ่อนริมทะเล

ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติ ด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ ในการผลิตเซรามิคระดับสูง พร้อมตอกย้ำสถานะของ HUBLOT ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเซรามิค ที่มีสีสันสำหรับวงการนาฬิกามาโดยตลอด โดยผลงานเด่นประจำฤดูกาลนี้ได้แก่ Big Bang Summer 2 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ด้านสีสัน และการออกแบบในโทนพาสเทล ที่ผสานเฉดสีเขียวมิ้นต์ สีชมพู และสีฟ้าสกายบลู ไว้อย่างลงตัว แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สอดคล้องกัน แต่ทั้งสองรุ่นกลับโดดเด่นด้วยกลไกภายใน ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

เพื่อสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ HUBLOT ผ่านสองแนวทางคือ กลไกโครโนกราฟฟลายแบ็ก UNICO ที่พัฒนาและผลิตขึ้นโดยแบรนด์เอง ในตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร และกลไกตูร์บิยองอัตโนมัติ ที่พัฒนาและผลิตขึ้นเองเช่นกัน ในตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร ซึ่งด้วยการผสานเซรามิคในหลากสีสัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน HUBLOT จึงสามารถถ่ายทอดบรรยากาศ และความเปลี่ยนแปลงของสีสันในช่วงฤดูร้อนได้อย่างมีชีวิตชีวา ตั้งแต่โทนพาสเทลอ่อนละมุนของแสง

ในยามเช้าไปจนถึงเฉดสีอบอุ่นของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยการจัดวางสีสันของเซรามิคสีชมพู สีเขียวมิ้นต์ และสีฟ้าที่ไล่เฉดจากท้องฟ้าสู่ผืนน้ำทะเล สะท้อนการผสมผสานอันซับซ้อนที่มีเพียง HUBLOT เท่านั้นที่สามารถทำได้ ในตัวเรือนที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งทนทาน ตอกย้ำความเชี่ยวชาญของแบรนด์ ในด้านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ ซึ่งสำหรับ HUBLOT แล้ว เซรามิคไม่ได้หมายถึงเพียงแต่สีสันเท่านั้น แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการผลิตอันซับซ้อน ความแม่นยำ และการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

โดยนาฬิกาในแบบโครโนกราฟฟลายแบ็ค จะผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน พร้อมความโดดเด่นด้วยตัวเรือนเซรามิคสีชมพู และสีเขียวมิ้นต์ที่ผ่านการตกแต่ง ทั้งแบบไมโครบลาสท์และขัดเงา ตัดกับขอบตัวเรือนเซรามิคและฝาหลังสีฟ้าอ่อน ส่วนหน้าปัดผสานโทนสีชมพู และสีเขียวมิ้นต์แบบด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อถ่ายทอดเฉดสีและบรรยากาศอันอบอุ่นของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และสำหรับนาฬิกาในแบบตูร์บิยองอัตโนมัติจะผลิตขึ้นเพียง 10 เรือน ในโครงสร้างอันร่วมสมัย และหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์

สีชมพูแบบโปร่งใส ที่เผยให้เห็นกลไกการทำงานภายในอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มมิติของตัวเรือน พร้อมขับเน้นการกระทบของแสง และเผยความงามของกลไก โดยนาฬิกาทั้ง 2 รุ่นจะมาพร้อมสายยางสีฟ้าอ่อน สีเขียวมิ้นต์ และสีชมพู ที่บุด้านในสีขาว พร้อมชุดล็อคสายแบบบานพับผลิต ที่ผลิตจากไทเทเนียม และระบบวัน-คลิ๊ก (One-Click) ที่ช่วยให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อปรับลุคและอารมณ์การสวมใส่ให้เหมาะกับทุกโอกาส เพื่อแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมวัสดุ ที่มุ่งสู่ความเหนือชั้นของกลไกอย่างเหนือชั้น



