LOUIS ERARD Gravée Main

จากศิลปะแห่งการแกะสลักด้วยมือ ที่เป็นหัวใจสำคัญของนาฬิการุ่นพิเศษ ที่ผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเพียง 99 เรือน ซึ่งแต่ละเรือนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ตัวเรือนถึงขอบหน้าปัด และจากขาตัวเรือน เม็ดมะยม ไปจนถึงหัวเข็มขัด ที่ทุกองค์ประกอบของชิ้นงานโลหะ ล้วนได้รับการแกะสลักและตกแต่งด้วยมือ อย่างพิถีพิถันในกระบวนการทั้งหมด ที่ต้องใช้เวลานานกว่า 50 ชั่วโมงสำหรับแต่ละชิ้นงาน จากงานการแกะสลักด้วยมือ ที่ทำในสิ่งที่เครื่องจักรทำไม่ได้ ซึ่งนั่นก็คือความเป็นเอกลักษณ์

 

Screenshot 2569 08 21 at 22.57.45

 

ที่การตัดแต่ละครั้ง ส่วนโค้งแต่ละส่วน ที่เกิดขึ้นด้วยมือทั้งหมด และจะไม่มีสองชิ้นใดที่เหมือนกัน ซึ่งมีเพียงศิลปินหนึ่งคนกับโลหะหนึ่งชิ้น ที่ทำให้นาฬิกา Gravée Main คือศิลปะแห่งงานฝีมือบนข้อมืออย่างชัดเจน ด้วยประเพณีที่แฝงไปด้วยความเฉียบคม กับงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ ที่เป็นงานฝีมือในแบบที่เก่าแก่จากหลายศตวรรษที่ผ่านมา และยังสามารถสวมใส่และสะสมได้เป็นอย่างดี โดยเป็นนาฬิกาสำหรับกลุ่มคนจำนวนไม่มาก และสำหรับผู้ที่รู้จักคุณค่า ของรูปแบบงานฝีมือในลักษณะนี้ที่ไม่ใช่แบบทั่วๆ ไป

 

Screenshot 2569 08 21 at 22.57.20

 

“สิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับการร่วมงานเหล่านี้ คือการที่นาฬิกาแบบมินิมอลจะกลายเป็นสิ่งที่แตกต่าง ไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ในมือของศิลปิน เริ่มต้นจากเส้นสายที่เรียบง่ายของ Noirmont พร้อมลวดลายดอกไม้แบบบาโรคที่เข้ามาครอบคลุมทั้งเรือน ที่เป็นสตีลแต่กลับให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ทันที ซึ่ง Gravée Main จะเน้นความแตกต่าง จากการตกแต่งที่หรูหราและตัดกัน ได้อย่างสวยงามจากการออกแบบที่บริสุทธิ์ โดยมีเอกลักษณ์ที่ไม่ใช่แค่ในสิ่งที่แสดงออกได้ทันที แต่ในสิ่งที่บ่งบอกมากมาย”

 

Screenshot 2569 08 21 at 22.57.59

 

“ตั้งแต่เวลา ศิลปะ มรดก รวมถึงความยั่งยืน พร้อมหน้าที่ในการปกป้อง และส่งต่องานฝีมือที่หายาก อันเป็นงานฝีมือทางศิลปะ ที่ควรได้รับการสวมใส่ มีชีวิต และส่งต่อไปได้ ซึ่งนั่นคือภารกิจของเรา” Manuel Emch กล่าวถึงนาฬิการุ่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 99 เรือน ซึ่งแต่ละเรือนจะแกะสลักด้วยมือทั้งหมด จากพื้นฐานตัวเรือนของคอลเลคชั่น Noirmont ในขนาด 42 มิลลิเมตรที่ผลิตขึ้นจากสตีล พร้อมการแกะสลักที่ใช้เวลากว่า 50 ชั่วโมง ในเทคนิค:การแกะสลักด้วยมือแบบดั้งเดิม

Screenshot 2569 08 21 at 22.57.34

 

โดยใช้เครื่องมือการแกะสลักแบบต่างๆ เช่น สิ่ว ดรายพอยท์ และการแรเงาด้วยมือ ตั้งแต่ตัวเรือน ขาตัวเรือน เม็ดมะยม ขอบตัวเรือน และหัวเข็มขัด ที่จะผ่านการแกะสลักทั้งหมด และจะไม่มีเรือนใดที่เหมือนกัน จากดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากลวดลายดอกไม้แบบบาโรคในศตวรรษที่ 18 พร้อมหน้าปัดที่ผ่านการเคลือบแล็กเกอร์สีดำขัดเงา ผนวกสีเทาเข้มมันวาว และลายพิมพ์สีดำ ผนวกกันกับเข็มนาฬิกาทรงลูกแพร์เคลือบโรเดียม ซึ่งทั้งหมดถือเป็นพันธกิจของ LOUIS ERARD ในการส่งต่อสู่โลกแห่งศิลปะ

 

Screenshot 2569 08 21 at 22.56.52

 

จากตั้งแต่ปี 2021 ที่ LOUIS ERARD ได้ผลักดันขอบเขตแนวทางของ Métiers d’Art ด้วยงานการการเคลือบอีนาเมลแบบกรองฟูว์ การแกะสลักลายกิโยเช่ การฝังลายไม้ และการฝังลวดทองคำที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ซึ่ง Gravée Main เองก็ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของแบรนด์ ที่เป็นการยกย่องงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุด อย่างหนึ่งในการผลิตนาฬิกา ด้วยงานการแกะสลักด้วยมือ จากการแกะสลักที่มีมาก่อนยุคของนาฬิกา โดยเริ่มต้นจากช่างทองในช่วงศตวรรษที่ 18 ที่การแกะสลักได้ประดับประดาไปทั่วกับทุกสิ่ง

 

Louis Erard Gravee Main hand engraved case 9

 

ตั้งแต่นาฬิกาพกไปจนถึงนาฬิกาตั้งโต๊ะ และในเวลาเดียวกันนั้น ลวดลายดอกไม้แบบบาโรตที่พลิ้วไหวก็เฟื่องฟูขึ้น ซึ่ง Gravée Main สามารถผสานทั้งสองงานและประเพณีนี้เข้าด้วยกัน จากงานการแกะสลักด้วยมือ ที่เป็นศิลปะแห่งความลึกซึ้ง กับหัวใจสำคัญของตัวเรือน Noirmont ในขนาด 42 มิลลิเมตรที่ผลิตจากสตีล ที่ถือเป็นวัสดุที่แกะสลักด้วยมือได้ยาก เนื่องจากมีความแข็งมาก ทนต่อรอยขีดข่วนและการเสียรูป ทำให้กระบวนการทำงานต้องมากถึง 50 ชั่วโมง ตั้งแต่การร่างด้วยดินสอครั้งแรกจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย

 

โปรดติดตามในบทความครั้งต่อไป

 

 

Screenshot 2569 08 21 at 22.54.04