LOUIS ERARD Marqueterie de Paille
ในนาฬิการุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดเพียง 25 เรือนโดย Bernardo d'Orey ศิลปินชาวโปรตุเกส ที่ได้เนรมิตฟางข้าวไรย์ ให้กลายเป็นหน้าปัดที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยมือ โดยมีพื้นผิว สีสัน และแสงเงา ผสานรวมกันเป็นองค์ประกอบทางศิลปะที่โดดเด่น “นาฬิกาที่ผมหลงรักที่สุด คือเรือนเวลาที่มอบความประหลาดใจให้ผมได้เสมอ เพราะเมื่อมองครั้งหนึ่งแล้วมองอีกครั้ง ที่ทุกๆ ครั้งก็จะค้นพบสิ่งใหม่ๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดใจผมเกี่ยวกับนาฬิกาเรือนนี้”

“จากในตอนแรก ที่จะชื่นชมความงามของหน้าปัดเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเริ่มเข้าใจ ถึงงานฝีมืออันประณีตที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ มีความพิเศษอย่างยิ่งสำหรับผม” Manuel Emch ในนาฬิกาตัวเรือนสตีลขัดเงาขนาด 39 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมหน้าปัดแบบสตรอว์มาเควททรี (Straw Marquetry) ในเฉดสีฟ้าที่ไล่ระดับซ้อนทับกัน ซึ่งเรียกได้ว่า Marqueterie de Paille เป็นงานประดับหน้าปัดที่สร้างขึ้น

ด้วยฟางในลวดลายแอ็บสแตรกต์พร้อมโทนสีฟ้าที่ไล่ระดับชั้น ที่ถือเป็นงานฝีมือซึ่งต้องใช้เวลาสร้างขึ้น ด้วยมือในช่วง 12 ชั่วโมง โดยประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน ที่แยกชิ้นกันจำนวนมากถึง 28 ชิ้น โดยหน้าปัดของทุกเรือนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการสร้างสรรค์จากวัสดุทางธรรมชาติเช่นฟาง ซึ่งถือเป็นงานฝีมืออันประณีต โดยสร้างขึ้นในช่วงเวลาหลายวัน ด้วยความจดจ่อและสมาธิในระดับสูง ที่ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับงานแบบนี้

โดยทุกอย่างเริ่มต้นจากฟางข้าวไรย์เพียงไม่กี่ก้าน ที่ Bernardo d'Orey จะคัดเลือกเฉพาะส่วนที่มีสีสัน พื้นผิว และการสะท้อนแสงตามธรรมชาติที่งดงามที่สุด ก่อนจะนำมาผ่าออก รีดให้แบน และเตรียมวัสดุต่างๆ ด้วยมือ โดยองค์ประกอบของหน้าปัด จะถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนที่สร้างแยกชิ้นกันจำนวน 28 ชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นจะมีความแตกต่างกันทั้งในด้านรูปร่าง ขนาด และทิศทางของเส้นใย ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะผสานกันสร้างพื้นผิวที่ตอบสนองต่อแสง

ในมุมมองที่แตกต่างกันไป และทำให้หน้าปัดดูมีมิติพร้อมเปลี่ยนแปลง ไปอย่างต่อเนื่องตามการเคลื่อนไหวของนาฬิกา ซึ่งด้วยข้อกำหนดด้านความคลาดเคลื่อนที่ต่ำกว่า 0.1 มิลลิเมตร ทุกชิ้นส่วนจึงต้องได้รับการจัดวางอย่างแม่นยำ และสมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มต้น โดยไม่มีโอกาสให้แก้ไขงานได้เลย โดยกระบวนการทำงานจะดำเนินไปเป็นช่วงสั้นๆ ที่ต้องอาศัยสมาธิแน่วแน่ถึงขีดสุด ซึ่ง Bernardo เปรียบเปรยการทำงานนี้ ว่าแทบจะเหมือนกับการ "กลั้นหายใจ"

โดยเขาจะหยุดพักก่อนที่ความเหนื่อยล้า จะส่งผลกระทบต่อความแม่นยำในการมองเห็นของเขา เนื่องจากฟางเป็นวัสดุจากธรรมชาติ ดังนั้นชิ้นงานแต่ละชิ้นจึงไม่มีทางเหมือนกันทุกประการ โดยความแตกต่างเพียงเล็กน้อยทั้งในด้านสีสัน พื้นผิว และการสะท้อนแสง ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานฝีมือแขนงนี้ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าหน้าปัดทุกชิ้น ยังคงรักษาองค์ประกอบทางศิลปะตามแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาอย่างโดดเด่น




