Cloud Drifting to the Moon
นาฬิกาใน Ref. RE-BW0008B ใหม่จาก ORIENT STAR เพื่อถ่ายทอดภาพดวงจันทร์ที่ล่องผ่านหมู่เมฆ ในเรือนเวลาที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก พร้อมการทำงานด้วยกลไกไขลานอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ F8A62 พร้อมถ่ายทอดภาพดวงจันทร์ ที่ล่องผ่านหมู่เมฆอย่างเงียบสงบในคืนฤดูใบไม้ร่วง โดยผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก ซึ่งกำกับด้วยหมายเลขประจำเรือน เพื่อผสานศิลปะแห่งการรังสรรค์ บนหน้าปัดให้เข้ากับศาสตร์ แห่งการผลิตกลไกแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ซึ่งหน้าปัดสีดำนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่พื้นหลัง แต่เป็นภาพทิวทัศน์ที่แสงและเงาเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา พร้อมลวดลายของหมู่เมฆที่เปลี่ยนมิติไปตามมุมมอง ขณะที่ดวงจันทร์ที่ผลิตขึ้นจากมุกสีขาว (White Mother-of-Pearl) จะเปล่งประกายอย่างนุ่มนวลท่ามกลางหมู่ดาว ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ก่อเกิดเป็นเรือนเวลาฉลองครบรอบ ที่เปี่ยมด้วยบทกวีและความประณีตเชิงเทคนิค สำหรับนักสะสมอย่างแท้จริง โดยดวงจันทร์ที่ล่องลอยผ่านหมู่เมฆ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของเมฆบางๆ

ที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าโปร่งในคืนฤดูใบไม้ร่วง ที่ทำให้แสงจันทร์ปรากฏและเลือนหาย ผ่านช่องว่างระหว่างหมู่เมฆ โดยช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดที่เต็มไปด้วยมิติ พื้นผิว และประกายแสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง โดยหน้าปัดที่ผลิตด้วยเทคนิค นาโนปาร์ติคัลเมทัลมัลติเลเยอร์ (Nanoparticle Metal Multilayering Technology) อันเป็นลิขสิทธิ์ของ EPSON รังสรรค์ขึ้นที่ SHINSHU Watch Studio ด้วยเทคนิคในการซ้อนชั้นหมึกโลหะ ระดับนาโนหลายหมื่นชั้นใต้เคลียร์โค๊ตติ้ง (Clear Coating)

และโครงสร้างดังกล่าวจะสร้างมิติ ของแสงเงาบนลวดลายหมู่เมฆพร้อมเมทัลลิคลัสเตอร์ (Metallic Lustre) ที่0tเปลี่ยนไปตามมุมมอง และทำให้เกิดประกายแสงที่เคลื่อนไหว โดย ORIENT STAR เป็นนาฬิกาแบรนด์แรกของโลกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับหน้าปัด โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ ได้รับการจดสิทธิบัตรในประเทศญี่ปุ่นเลขที่ 7639981 พร้อมดวงจันทร์ที่ผลิตขึ้นจากมุกสีขาว ผนวกพื้นผิวเงาที่ประดับไปด้วยเหล่าหมู่ดาว ซึ่งเปล่งประกายตามธรรมชาติอย่างนุ่มนวล ราวกับแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหมู่เมฆ

นอกจากนี้ยังมีมาร์กเกอร์ในตัวเลขแบบโรมันที่ประกบติดบนหน้าปัด เพื่อช่วยขับเน้นองค์ประกอบของหน้าปัด ในขณะที่มีโครงสร้างหน้าปัดแบบสองชั้น เพื่อช่องแสดงชุดพลังงานสำรอง (Power Reserve) พร้อมทั้งให้เกิดมิติได้ในแบบสามมิติ นอกจากนี้ยังทำงานด้วยกลไกไขลานอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ F8A62 ที่ให้พลังสำรองลานงานได้นานกว่า 70 ชั่วโมง พร้อมการใช้ชุดซิลิคอนเอสเคปเมนท์ ที่พัฒนาขึ้นโดย EPSON เพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพของชุดกลไก ผนวกด้วยฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ เพื่อเปิดให้ชมงานตกแต่ง

ลวดลายคลื่นที่มีความกว้างแตกต่างกันอย่างละเอียด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางของหมู่ดาว ในตัวเรือนสตีล (SUS316L) ขนาด 39.5 มิลลิเมตรที่กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบดูอัล-เคริฟด์ (Dual-curved Sapphire Crystal) พร้อมเอสเออาร์โค๊ตติ้ง (SAR Coating) ทั้งสองด้าน โดยรูปทรงกระจกจะให้ความนุ่มนวล และทัศนวิสัยอันยอดเยี่ยม ในขณะที่การโค๊ตนี้จะช่วยลดแสงสะท้อน พร้อมเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน คราบสกปรก และรอยน้ำ พร้อมปิดท้ายด้วยสายหนังม้าคอร์โดแวน (Cordovan) สีดำเงา

ด้วยเนื้อสัมผัสที่ละเอียด ให้ผิวที่เรียบลื่น และประกายเงาที่สวยงามยิ่งขึ้นเมื่อผ่านการใช้งาน โดยนาฬิการุ่นใหม่นี้จะมีราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 139,000 บาท ซึ่งสามารถพบกับนาฬิกา ORIENT STAR รุ่นใหม่นี้ได้แล้ว พร้อมกับความพิเศษมากมายที่บูติคนาฬิกา ORIENT STAR บูติคนาฬิกา ORIENT STAR แห่งแรกของโลก ณ ชั้น 2 เกษรทาวเวอร์ เกษรวิลเลจ รวมทั้งสามารถสอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @orientstarwatch.thailand, Facebook: ORIENT STAR หรือทางโทร. 02-252-8285



