The Return of CHRONOSWISS in Thailand
เผยโฉมคอลเลคชั่นล่าสุด จากแบรนด์นาฬิกาอิสระสัญชาติสวิส ผ่านประสบการณ์ไฟน์ไดน์นิ่งสุดพิเศษ ณ The KINOPOLIS กับ PRÉCIEUX Watch Lounge Thailand ที่ต้อนรับการกลับมาของ CHRONOSWISS สู่ตลาดประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมนำเสนอแนวคิดที่ผสานศาสตร์ ในการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม เข้ากับการออกแบบที่ร่วมสมัย จากเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์เรือนเวลาของ CHRONOSWISS โดย Mr. Marcel Gut จาก PRÉCIEUX Watch Lounge กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างทั้งสองแบรนด์ว่า

“ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ CHRONOSWISS เกิดขึ้นจากความหลงใหลในศาสตร์ ของการผลิตนาฬิกาและความเชื่อมั่นในคุณค่าของงานฝีมือ ซึ่งเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำ CHRONOSWISS กลับสู่ตลาดประเทศไทย และเปิดโอกาสให้คนรักนาฬิกาชาวไทยได้สัมผัสความพิเศษเหล่านี้” และงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Rocco Giudice, Head of Sales จาก CHRONOSWISS ที่เดินทางมาถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 1983 โดย Mr. Gerd - Rüdiger Lang

ผู้มีบทบาทสำคัญในการสืบสาน ศาสตร์แห่งนาฬิกาจักรกล และสร้างเอกลักษณ์ให้ CHRONOSWISS มีรูปแบบที่โดดเด่นมากมาย อย่างเช่นกลไกแบบเรกูเลเตอร์ หรืองานฝีมือในแบบดั้งเดิม อย่างการแกะลายหน้าปัดแบบกิโยเช่ ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อกิจการถูกส่งต่อสู่ Mr. Oliver และ Ms. Eva Ebstein โดย CHRONOSWISS ยังคงดำเนินธุรกิจอิสระ ที่บริหารงานโดยครอบครัว พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งเอาไว้ และมุ่งหน้าพัฒนาแบรนด์ ภายใต้แนวคิดโมเดิร์นแมคคานิคัล

“หัวใจของ CHRONOSWISS คือความหลงใหลในนาฬิกาจักรกล และความกล้าที่จะสร้างสรรค์ ในสิ่งที่แตกต่างออกไป ซึ่งแม้แบรนด์จะเปลี่ยนผ่านสู่ครอบครัว Ebstein แต่เจตนารมณ์ของ Mr. Lang ก็ยังคงอยู่ อย่างที่เราต้องการรักษาคุณค่าของงานฝีมือดั้งเดิม พร้อมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของโมเดิร์นแมคคานิคัลในปัจจุบัน” Mr. Rocco Giudice กล่าว โดยอีกหนึ่งในความพิเศษของ CHRONOSWISS คือ House of CHRONOSWISS ที่ลูเซิร์น

ซึ่งเป็นทั้งโชว์รูมและเวิร์กช็อป พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส กับกระบวนการผลิตนาฬิกาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะงานแกะลายกิโยเช่ ด้วยเครื่องจักรแบบดั้งเดิมและงานตกแต่งด้วยมือ ที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการให้ความสำคัญ กับแนวทางการผลิตไปพร้อมกัน อย่างที่คอลเลคชั่นไฮไลท์ในงานนี้ Neo Digiteur Pastel Code ในเฉดสีมิ๊นท์สกายและโรสที่โดดเด่นด้วยการแสดงเวลา เชิงกลไกในรูปลักษณ์คล้ายดิจิทัล, Delphis Art Deco Titanium ที่ผสานงานออกแบบเข้ากับกลไกอันซับซ้อน

รวมไปถึง Pulse GMT Silver Guilloché กับหน้าปัดแกะลายกิโยเช่ด้วยมือ จากอเทลิเยร์ในลูเซิร์น ที่ต่างก็สะท้อนการผสมผสาน งานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย “สิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นมาก คือเสียงตอบรับจากนักสะสมชาวไทย ซึ่งทันทีที่ทราบว่า CHRONOSWISS จะกลับมานำเสนอในประเทศไทยอีกครั้ง ก็ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก จากการที่หลายคนยังคงมีความผูกพัน และความทรงจำที่ดีกับแบรนด์มาโดยตลอดในขณะที่นักสะสมรุ่นใหม่ก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น”

คุณรวิศ เหตานุรักษ์, General Manager ของ PRÉCIEUX Watch Lounge Thailand กล่าวถึงการกลับมาของแบรนด์ในครั้งนี้ โดยนอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณเมย์ ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา ศิลปินเสียงเอกลักษณ์ ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศจากรายการ The VOICE Thailand, Season 2 ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการถ่ายทอดบทเพลงแนวแจ๊ซ, สวิง และ บอซซ่าโนว่า โดยสามารถสัมผัสเรือนเวลาคอลเลคชั่นล่าสุดจาก CHRONOSWISS ได้แล้ววันนี้ที่ PRÉCIEUX Watch Lounge Thailand หรือทาง LINE Official: @PrecieuxTH



